ตำนานนักเตะ สตีฟ แม็คมานามาน

สตีเฟ่น โจเซฟ “สตีฟ” แม็คมาน (เกิด 20 สิงหาคม 1961) เป็นอดีตนักฟุตบอลอาชีพชาวอังกฤษ, ผู้จัดการทีม และผู้สันทัดกรณีทาง สปอร์ตส์ เทเลวิชั่น เขาเล่นในตำแหน่งกองกลางในช่วงปี 1979-1998 แต่ช่วงเวลาที่โดดเด่นที่สุดในชีวิตการค้าแข้งของเขาคือการเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล ในช่วงปลายทศวรรษ 80 แม็คมาน มีชื่อติดอยู่ในอันดับที่ 42 จากผู้เล่นที่ดีที่สุดตลอดกาล 100 คน ที่ถูกโหวตโดยเหล่าผู้สนับสนุนสโมสรอย่างแฟน ๆ “เดอะ ค็อป” นอกจากนั้นเขายังเคยเล่นให้กับ เอฟเวอร์ตัน, แอสตัน วิลล่า และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งหลังจากที่เขาประกาศแขวนสตั๊ดแล้ว gclub ก็ได้เริ่มต้นงานโค้ชชิ่งและอาชีพผู้จัดการทีมกับสโมสร สวินดอน ทาวน์ เอฟซี ตามมาด้วยสโมสร แบล็คพูล เอฟซี ซึ่งเขาสามารถพาทั้งสองทีมเลื่อนชั้นได้สำเร็จอีกด้วย และหลังจากนั้น เขาก็ได้รับหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมในระยะเวลาสั้น ๆ ให้กับสโมสร เพิร์ธ กลอรี่ ใน เอ ลีก ออสเตรเลีย ปัจจุบันเขาได้ผันตัวไปเป็นผู้สันทัดกรณีให้กับ อีเอสพีเอ็น สตาร์สปอร์ตส์ ของภูมิภาคเอเชีย

แอสตัน วิลล่า (1983-1985) เขาตบเท้าเข้าร่วมทัพ “สิงห์ผงาด” เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 1983 ด้วยค่าตัว 175,000 ปอนด์ (ประมาณ 9.3 ล้านบาท) และเปิดตัวเป็นครั้งแรกต่อหน้าแฟน ๆ ในเกมลีก เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 1983 ในเกมที่สามารถเอาชนะ เวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน 4-3 ณ สนาม วิลล่า พาร์ค ซึ่ง แม็คมาน ได้พิสูจน์ตัวเองจนเข้าไปอยู่ในใจของสาวก “วิลเลี่ยนส์” ในฐานะมิดฟิลด์ อย่างไรก็ตาม แอสตัน วิลล่า จบอันดับที่ 10 ในฤดูกาลแรกของเขา ในขณะที่สโมสรก่อนหน้าอย่าง เอฟเวอร์ตัน จบสูงถึงอันดับที่ 3 อยู่เหนือกว่าต้นสังกัดปัจจุบันของเขากว่า 7 ตามมาด้วยฤดูกาล 1984-85 ยิ่งแย่ไปกว่านั้นเมื่อ แอสตัน วิลล่า จบซีซั่นด้วยอันดับที่ 10 อีกครั้ง ในขณะเดียวกัน เอฟเวอร์ตัน คว้าแชมป์ในฤดูกาลนั้นไปครอง

ลิเวอร์พูล (1985-1991) แม็คมาน ได้ตกลงสัญญาเข้าร่วมสโมสร ลิเวอร์พูล เมื่อวันที่ 12 กันยายน 1985 ด้วยค่าตัว 350,000 ปอนด์ (ประมาณ 18 ล้านบาท) และยังเป็นการเสริมทัพรายแรกของการเข้ามาคุมทีมของกุนซือคนใหม่อย่าง เคนนี่ ดัลกลิช และเข้ามาอุดช่องว่างหลังจากที่เสีย แกรม ซูเนสส์ ไปเมื่อปีก่อนหน้านี้ เขาถูกส่งลงสนามทันที หลังจากเซ็นสัญญาได้เพียงแค่สองวัน เมื่อวันที่ 14 กันยายน 1985 ในเกมลีก ที่เสมอกับ อ็อกฟอร์ด ยูไนเต็ด 2-2 ณ สนาม เมเนอร์ กราวน์ด และสำหรับประตูแรกของเขาไม่ต้องรอนานเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์ให้หลัง เมื่อวันที่ 21 กันยายน 1985 ในเกมพบกับอดีตต้นสังกัดเก่าอย่าง เอฟเวอร์ตัน ซึ่งเขายิงประตูที่สามในนาทีที่ 42 ให้ ลิเวอร์พูล ทุบคู่แข่งสำคัญอย่าง “ท๊อฟฟี่เมน” 3-2 เขาเป็นผู้เล่นตัวสำคัญของ ลิเวอร์พูล ที่มีส่วนร่วมกับทีมในการคว้าดับเบิ้ลแชมป์ในฤดูกาลนั้น ด้วยการความแชมป์ลีกสูงสุด และแชมป์ เอฟเอ คัพ ที่เอาสามารถชนะ เอฟเวอร์ตัน ไปได้ 3-1 ซึ่งเป็นการพบกันครั้งแรกในรอบชิงชนะเลิศ สำหรับฟุตบอลรายการนี้ของทั้งคู่อีกด้วย แม้ว่าเขาจะเป็นเพียงแค่ตัวสำรองที่ไม่ได้รับโอกาสให้ลงสนามก็ตาม แกรม ซูเนสส์ ได้เข้ามาเป็นผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ในปี 1991 และเขาได้ยกเลิกข้อตกลงกับเหล่าบรรดาผู้เล่นซีเนียร์บางคนของทีมในทันที ซึ่งก็รวมไปถึงเขาด้วย และ ซูเนสส์ ตัดสินใจขาย แม็คมาน, ฮิวตัน, เบียร์ดส์ลี่ย์ และ สตีฟ สตวนตัน นับว่าเป็นปล่อยตัวผู้เล่นที่ดีที่สุดของ ลิเวอร์พูล ภายใต้การทำทีมของ ดัลกลิช หลังจากที่เขาเล่นไป 15 เกมในฤดูกาล 1991-92 แม็คมาน ก็ย้ายไปร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 900,000 ปอนด์ (ประมาณ 48 ล้านบาท) ในวันที่ 24 ธันวาคม 1991 หลังจากที่เขาลงรับใช้ “หงส์แดง” ยาวนานกว่า 277 เกม และยิงรวมทั้งสิ้น 50 ประตู ซึ่งภายหลัง ซูเนสส์ ออกมายอมรับว่าเขาได้ตัดสินใจปล่อยนักเตะตัวสำคัญเร็วเกินไป ซึ่งควรจะเก็บไว้ใช้งานได้อีกบ้าง

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (1991-1994) แม็คมาน เปิดตัวเป็นครั้งแรกในชุดของ “เรือใบสีฟ้า” เพียงแค่ 2 วันหลังจากเซ็นสัญญา ในเกมบ็อกซิ่งเดย์ที่เอาชนะ นอริช ซิตี้ 2-1 ณ สนาม ไมน์ โร้ด แม็คมาน ได้เขามาช่วยยกระดับเกมรุกและคุณภาพของทีม แต่โชคไม่ดีที่องค์ประกอบของเพื่อนร่วมทีมรอบ ๆ ตัวเขาไม่เหมือนกับ ลิเวอร์พูล เขาลงสนามให้ “ซิตี้” 87 เกมในลีก ก่อนที่เขาจะผันตัวมาเป็นผู้เล่น-ผู้จัดการทีมให้กับ สวินดอน ทาวน์